ครูรวม พรหมบุรี
ระนาดน้ำผึ้งลุ่มน้ำแม่กลอง
ครูรวม พรหมบุรี เป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียงของจังหวัดราชบุรี เกิดเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๓ ที่ตำบลท่าเสา ถนนเขางู อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เรียนหนังสือจบชั้นประถมปีที่ ๔ จากโรงเรียนประชาบาลวัดศรีสุริยวงศ์ จังหวัดราชบุรี มีปู่ชื่อ ปลัดขำ ย่าชื่อ นางพั้ง ตาชื่อ นายอยู่ และยายชื่อ นางกระติก บิดาชื่อ เลื่อน มารดาชื่อ ตี้ เมื่อเล็ก ๆ ได้ใกล้ชิดอยู่กับหลวงปู่ใหญ่ (ห้อง) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดช่องลม จังหวัดราชบุรี หลวงปู่ใหญ่ได้ขอร้องนายเลื่อนให้ส่งครูรวม ไปเรียนปี่พาทย์ที่วัดของท่าน ตั้งแต่อายุได้ ๘ ปี (พ.ศ. ๒๔๕๑) โดยเรียนกับครูพราย มณีศรี หัดเรียนฆ้องวงเป็นปฐม แล้วต่อด้วยระนาด ฆ้องเล็ก ระนาดทุ้ม จนถึงเครื่องหนัง เพลงที่เรียนก็ได้แก่ สาธุการ โหมโรงเช้า โหมโรงเย็น เพลงช้า เพลงเร็ว และเพลงเรื่องต่าง ๆ โดยเรียนพร้อม ๆ น้ิงชายคือ พลตำรวจตรีเสวก พรหมบุรี (ตีฆ้องเล็ก)
เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ได้เรียนระนาดกับครูกล้าย ณ บางช้าง แล้วไปเป็นศิษย์เรียนเพลงมอญจากครูสุ่ม ดนตรีเจริญ ครูกล้ำ ณ บางช้าง ท้ายสุดต่อเพลงหน้าพาทย์จาก หลวงชาญเชิงระนาด (เงิน ผลารักษ์) ได้เข้าไปอยู่วังบูรพาภิรมย์ และเป็นศิษย์ของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) จนสามารถบรรเลงและขับร้องเพลงไทยได้ดีทั้งเพลงตับ เพลงเถา และเพลงประกอบการแสดงโขนละคร รวมทั้งศึกษาเพิ่มเติมจากปี่พาทย์มอญกับวงดนตรีไทย คณะครูสุ่ม ดนตรีเจริญ ใกล้วัดสระเกศ จนมีความสามารถเฉพาะตัวในการตีระนาดเป็นอย่างดี อายุ 17 ปี ก็ถวายตัวเป็นมหาดเล็กที่วังของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ที่กรุงเทพฯ แล้วย้ายไปอยู่ที่วังลดาวัลย์ จนถึงปี พ.ศ.2481 จึงกลับมาอยู่บ้านเดิมที่ จ.ราชบุรี และประกอบอาชีพดนตรีไทย ในนาม "รวมศิษย์บรรเลง" ตลอดมา ครูรวมรวมทั้งเล่นดนตรีได้รอบวงแล้วกลับมาเป็นนายวงปี่พาทย์อยู่ที่จังหวัดราชบุรีจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๖) ได้รับมอบตำราและพิธีกรรมสำหรับการไหว้ครูจากท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ศิษย์ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ไชยยะ ทางมีศรี (ปัจจุบันได้รับประกาศเกียรติคุณศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พุทธศักราช 2566 สิบเอกอ่วน หนูแก้ว นายพุ่ม เผยเผ่าเย็น นายวิมล เผยเผ่าเย็น นางมัณฑนา อยู่ยั่งยืน นายประมวล ครุฑสิงห์
ในด้านความสามารถทางด้านดนตรีนั้น ได้เคยออกแสดงฝีมือเดี่ยวระนาดให้เจ้าคุณเทศา ฯ ฟัง ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ตั้งแต่อายุ ๑๖ ปี ได้รับรางวัลเป็นครั้งแรก และได้แต่งเพลงไว้ ๑ เพลง คือ เพลงนกจากเถา
ที่บ้านของครูรวม ณ จังหวัดราชบุรี มีลูกศิษย์มาเรียนดนตรีมากขนาดต้องหุงข้าวด้วยกะทะเลี้ยงกัน นักดนตรีทั้งในเขตจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี นครปฐม ส่วนมากมักจะเคยผ่านการเรียนดนตรีจากสำนักครูรวมกันทั้งสิ้น ครูรวมรับงานปี่พาทย์ โขนละครอยู่เป็นประจำ ในละแวกบ้านและจังหวัดใกล้เคียง นับว่าเป็นผู้ยืนหยัดส่งเสริมดนตรีไทยในต่างจังหวัดที่มั่นคงแข็งแรงมากคนหนึ่ง มีความรู้ในเพลงการจนเป็นที่นับถือกันทั่วไป นอกจากจะเป็นนักดนตรีอาชีพแล้ว ยังเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองจังหวัดราชบุรี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๔ ด้วย
ครูรวมสมรสครั้งแรกกับ นางเพื้อน และสมรสครั้งที่ ๒ กับนางแฉล้ม มีบุตรธิดารวม ๗ คน คือ นางสุภา สันดุษฎี นางรัตนา คันธวโร นางองุ่น ครุฑสิงห์ จ.ส.ต. ศิริเวช พรหมบุรี นายอุดมศักดิ์ พรหมบุรี นายจิรวุฒิ พรหมบุรีและนางสาวอุไร (น้อย) พรหมบุรี
จากความที่ท่านมีผีมือในการตีระนาดเป็นเอก จนทำให้อธิบดีกรมศิลปากร(นาวาเอกสมภพ ภิรมณ์ ร.น.) ได้พาวงดนตรีไทยของท่านไปเข้าเฝ้าถวายตัวและบรรเลงเพลงถวายแด่พระยามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคิรีขันธ์ และปัจจุบันนี้ ก็ยังมีผู้สืบทอดคณะดนตรีไทยในนาม "ศิษย์ครูรวม" อยู่
เวลาล่วงมาจนย่างเข้าปี พ.ศ.2529 ในเดือนมกราคม ครูได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่โครงการดนตรีไทยในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เดินทางเข้าเฝ้ากราบทูลถวายความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลดนตรีไทยร่วมกับครูดนตรีท่านอื่นๆ ที่ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ ที่ครูรวมได้รับเป็นครั้งสุดท้ายขณะยังมีชีวิตอยู่ ดูเหมือนว่าความปลื้มปิติที่บังเกิดขึ้นจะช่วยให้สุขภาพร่างกายและจิตใจของครูแจ่มใสขึ้นบ้าง"
ครูรวมพักอยู่ ณ บ้านเลขที่ ๑๔ ตำบลท่าเสา ถนนเขางู ซอย ๒ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ยังเป็นหัวหน้าวงดนตรี และมีศิษย์มาฝากตัวเรียนดนตรีอยู่เสมอ
นายรวม พรหมบุรี ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2529 สิริอายุรวม 74 ปี และในวันพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุวัดมหาธาตุวรวิหาร อ.เมือง จ.ราชบุรี ในวันอาทิตย์ที่ 9 พ.ย.2529
ด้วยความรักและเคารพ
จากครูธนวัฒน์ พาทยเดชา